STC (Sound Transmission Class) คือค่าประเมินประสิทธิภาพในการลดการส่งผ่านเสียงทางอากาศ โดยทั่วไป ค่ายิ่งสูงยิ่งแสดงถึงความสามารถในการลดเสียงผ่านที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกผนังกันเสียงสำหรับห้องประชุมไม่ควรดูเพียงตัวเลขที่สูงที่สุด แต่ต้องพิจารณาระดับความเป็นส่วนตัว ลักษณะการใช้งาน และระบบผนังโดยรวมให้เหมาะกับพื้นที่
วิธีอ่านค่าประสิทธิภาพของวัสดุหรือระบบผนังกันเสียง
การเลือกผนังกันเสียง ไม่ควรดูเพียงตัวเลข STC แต่ควรพิจารณาว่าค่านั้นมาจากการทดสอบวัสดุหรือระบบใด และตรงกับรูปแบบการใช้งานจริงหรือไม่
1. ดูค่า STC ของระบบที่ทดสอบ
ค่า STC ใช้เปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดการส่งผ่านเสียงทางอากาศ โดยค่าที่สูงขึ้นหมายถึงระบบมีความสามารถลดเสียงผ่านได้มากขึ้นภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ
2. อย่าดูเฉพาะวัสดุชิ้นเดียว
ประสิทธิภาพของแผ่นกันเสียง หรือแผงผนังเพียงส่วนเดียว ไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพของผนังทั้งระบบ ควรพิจารณาร่วมกับรอยต่อ ซีล และองค์ประกอบอื่นของผนัง
3. แยกค่าทดสอบออกจากประสิทธิภาพหน้างาน
ค่าที่ได้จากห้องปฏิบัติการอาจแตกต่างจากการติดตั้งจริง เพราะเสียงสามารถผ่านรอยต่อ ประตู ฝ้า หรือเส้นทางอื่นได้ จึงควรวางระบบผนังกันเสียงให้สัมพันธ์กับสภาพพื้นที่จริง
ตัวอย่างเสียงที่อาจได้ยินในแต่ละช่วงค่า STC
ค่า STC ช่วยให้ประเมินระดับเสียงพูดที่อาจส่งผ่านผนังกันเสียงได้โดยประมาณ แต่เสียงที่ได้ยินจริงยังขึ้นอยู่กับความถี่เสียง เสียงพื้นหลัง และคุณภาพการติดตั้งด้วย
STC 30–35: ยังได้ยินเสียงพูดค่อนข้างชัด
เสียงสนทนาหรือเสียงพูดดังอาจยังได้ยินผ่านผนัง และในบางสภาพแวดล้อมอาจจับใจความบางส่วนได้
STC 40–45: ได้ยินเสียง แต่เข้าใจคำพูดได้ยากขึ้น
เสียงพูดดังอาจยังเล็ดลอดมาให้ได้ยิน แต่มีลักษณะเบาหรืออู้อี้ ทำให้ฟังรายละเอียดของบทสนทนาได้ยากขึ้น
STC 50 ขึ้นไป: เสียงพูดดังเริ่มได้ยินได้ยาก
ภายใต้สภาวะทั่วไป เสียงพูดดังอาจเหลือเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่ได้ยิน อย่างไรก็ตาม เสียงความถี่ต่ำ เช่น ดนตรี ยังอาจส่งผ่านได้ จึงควรเลือกแผ่นกันเสียง หรือระบบผนังตามลักษณะเสียงจริงของพื้นที่
ค่า STC ของระบบผนัง PanelesMatic
ตาม Product Specification ใน Company Profile ระบบ A-100 มีค่า STC 50, 53 และ 56 ขณะที่ระบบ A-80 ระบุค่า STC 44 โดยการเลือกระดับ STC ควรพิจารณาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานและความต้องการด้านเสียงของแต่ละโครงการ
ห้องประชุมทั่วไปควรเลือกใช้แผ่นกันเสียงแบบไหน
การเลือกแผ่นกันเสียง หรือผนังกันเสียง สำหรับห้องประชุม ควรเริ่มจากลักษณะการใช้งาน ระดับความเป็นส่วนตัว และข้อจำกัดของพื้นที่ ไม่ควรเลือกจากความหนาหรือค่า STC เพียงอย่างเดียว
1. เลือกตามระดับการควบคุมเสียงที่ต้องการ
ห้องประชุมทั่วไปและห้องที่ใช้หารือข้อมูลสำคัญต้องการการควบคุมเสียงต่างกัน จึงควรกำหนดประสิทธิภาพของผนังกันเสียงให้สัมพันธ์กับระดับความเป็นส่วนตัวของห้อง
2. เลือกระบบผนังให้เหมาะกับการใช้งานพื้นที่
หากต้องปรับขนาดห้องหรือแบ่งพื้นที่เป็นประจำ ระบบผนังกั้นเสียงเคลื่อนที่จะเพิ่มความยืดหยุ่นได้มากกว่า ขณะที่ห้องที่มีรูปแบบใช้งานคงที่อาจเลือกใช้ระบบผนังถาวรที่เหมาะสม
3. พิจารณาทั้งผนัง รอยต่อ และเสียงสะท้อน
ประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับแผ่นกันเสียงเพียงส่วนเดียว แต่รวมถึงรอยต่อ ประตู และการติดตั้ง หากห้องมีเสียงก้อง ควรพิจารณาแผ่นซับเสียงเพิ่มเติมเพื่อควบคุมสภาพเสียงภายในห้อง
ห้องที่ต้องการ Confidentiality แตกต่างอย่างไร
ห้องที่ใช้ประชุมข้อมูลสำคัญต้องให้ความสำคัญกับ Speech Privacy มากกว่าห้องประชุมทั่วไป เป้าหมายคือทำให้บทสนทนาถูกเข้าใจจากพื้นที่ข้างเคียงได้ยากขึ้น จึงต้องออกแบบระบบผนังกันเสียงอย่างรอบด้าน
1. ต้องการความเป็นส่วนตัวด้านเสียงสูงกว่า
ไม่ใช่เพียงลดความดัง แต่ต้องลดโอกาสที่บุคคลภายนอกจะจับใจความการสนทนาได้ จึงควรกำหนดระดับการควบคุมเสียงตามความสำคัญของข้อมูล
2. ต้องดูทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะค่า STC
แม้แผ่นกันเสียง หรือผนังจะมีค่า STC เหมาะสม แต่ประตู รอยต่อ ช่องเปิด ฝ้า และงานระบบที่ทะลุผนังสามารถเป็นทางผ่านของเสียงได้ จึงต้องพิจารณาร่วมกันทั้งหมด
3. ต้องพิจารณาสภาพหน้างานจริง
ความเป็นส่วนตัวของห้องไม่ได้ขึ้นกับผนังกันเสียงเพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับเสียงพื้นหลังและประสิทธิภาพการติดตั้งจริง จึงควรวางสเปกจากลักษณะพื้นที่และระดับ Confidentiality ที่โครงการต้องการ
ทำไมค่าของวัสดุอย่างเดียวไม่เท่ากับค่าของระบบจริง
ประสิทธิภาพของผนังกันเสียงไม่ได้เกิดจากวัสดุเพียงชิ้นเดียว แต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและการติดตั้งทั้งระบบ ดังนั้นค่าที่ระบุจากการทดสอบวัสดุหรือชุดผนังจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นผลลัพธ์หน้างานโดยตรง
ค่าทดสอบอ้างอิงระบบภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ค่า STC จากห้องปฏิบัติการเป็นค่าของชุดผนังที่นำไปทดสอบตามองค์ประกอบและวิธีติดตั้งที่กำหนด การเปลี่ยนวัสดุหรือรายละเอียดบางส่วนอาจทำให้ประสิทธิภาพต่างออกไป
รอยต่อและซีลมีผลต่อเสียงที่ผ่าน
แม้เลือกแผ่นกันเสียง หรือผนังที่มีค่าทดสอบเหมาะสม แต่ช่องว่างบริเวณรอยต่อ ขอบผนัง และประตู อาจกลายเป็นจุดที่เสียงส่งผ่านได้
เสียงสามารถเดินทางผ่านส่วนอื่นของอาคาร
เสียงอาจไม่ได้ผ่านผนังกันเสียงโดยตรงเท่านั้น แต่ยังผ่านฝ้า พื้น ผนังข้างเคียง หรือช่องงานระบบได้ จึงต้องออกแบบและติดตั้งโดยมองภาพรวมของพื้นที่ทั้งหมด
ปัจจัยหน้างานที่ทำให้ประสิทธิภาพผนังกันเสียงลดลง
แม้เลือกผนังกันเสียงที่มีค่าทดสอบเหมาะสม แต่ประสิทธิภาพเมื่อใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดหน้างานและคุณภาพการติดตั้งด้วย
มีช่องว่างบริเวณรอยต่อ
รอยต่อระหว่างแผง ขอบผนัง พื้น หรือฝ้าที่ปิดไม่สนิท อาจกลายเป็นช่องทางให้เสียงผ่าน ทำให้ประสิทธิภาพของระบบลดลง
เสียงเดินทางผ่านโครงสร้างข้างเคียง
เสียงอาจเลี่ยงผนังกันเสียงไปทางฝ้า พื้น ผนังด้านข้าง หรือช่องงานระบบ จึงควรตรวจสอบเส้นทางเสียงโดยรอบตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
การติดตั้งไม่ตรงตามระบบที่ออกแบบ
ตำแหน่งราง ซีล และการปรับตั้งแผงมีผลต่อการปิดกั้นเสียง สำหรับระบบผนังกั้นเสียงเคลื่อนที่ Paneles Matic จึงให้ความสำคัญกับการเลือกสเปกและติดตั้งให้เหมาะกับพื้นที่จริง